2008/Jan/20

ครั้งที่แล้วเพิ่งพูดเรื่องชีวิต...

แล้วครั้งนี้ก็มีเรื่องเกิดขึ้นอีก

เรื่องเริ่มต้นจากความเศร้าแล้วเปลี่ยนเป็นความเกลียด

เรื่องของเรื่องคือ

น้องที่มหาลัยที่รู้จักเป็น "ลูคีเมีย"

มันจุกนะ แล้ววันนั้นมีแต่เรื่องตายๆ ที่ได้รับรู้

หดหู่ไปชั่วขณะ

แต่แล้ว กลับรู้สึกเกลียดคนๆ หนึ่งมากขึ้นกว่าเดิมเพราะเรื่องนี้

คนคนนั้นก็คือคนเดียวกับเอนทรี่ "สิ่งที่ต้องเรียนรู้" นั่นเอง

การที่เราเป็นห่วงเป็นใยน้องคนนี้

ที่เค้าเพิ่งรุ้ว่าเค้าเป็นลูคีเมีย ในวัยยี่สิบ

แกว่าเราผิดเหรอ..ที่เป็นห่วงเค้ามากเหลือเกิน

แต่กลับมีคนๆ หนึ่งพูดกับพี่เทคของน้องเค้าว่า

"กันเป็นห่วงน้องเค้ามากกว่าแกซึ่งเป็นพี่เทคห่วงซะอีก"

พูดเพื่ออะไรวะ?

สรุป ทั้งกุและพี่เทค ก็ไม่ได้มีใครดีสักคน

จริงๆ แล้วจะด่าเราเพราะว่า...ไม่อยากหารค่าอาหารเสริม บำรุงต่างๆ ที่อยากจะซื้อกันไปฝาก

เท่านั้นเอง

แล้วเธอก็ชักแม่น้ำทั้งห้า หก เจ็ด แปด มาหว่านล้อม

เธอเก่งซะด้วยสิ เรื่องแบบนี้ แล้วก็เรื่องหาพวกอีกด้วย

ถ้าไม่พอใจ พูดกันตรงๆ สิ แต่นี่ด่าลับหลังทุกเรื่องเลย

แย่หว่ะ

 

เราไม่เคยคิดเรื่องรูปลักษณ์

แต่ก็อีกแล้ว...คนคนนี้ทำให้ทฤษฎีนี้เกิดขึ้นว่า

การที่เธอหน้าตาอัปลักษณ์ มันก็ออกมาจากจิตใจที่อัปลักษณ์ของเธอเองทั้งนั้น

การที่คนคนนึง รู้ซึ้งกับความตาย

กับอีกคนที่ไม่รับรู้อะไรเลย "นอกจากตัวเอง"

เราว่าเราโชคดีที่เราเป็นคนแบบแรกนะ

หรือเหตุผลทั้งหมดเป็นแค่เพราะ

แต่ละคนนึกถึงความตายไม่เท่ากันเท่านั้นเอง?

แล้วถ้าคนคนนึงจะไม่นึกถึงมันเลย

แล้วเมื่อไหร่กัน ที่เค้าควรจะรู้สึก?

 

แจง...จำได้ไหมว่า ที่กุเคยบอกว่า อยากยืนหยัดและเชื่อมั่นกับคำพูดๆ เดียว เพราะกุเป็นคนที่ฟังทุกคนจนหัวหมุน และเจ็บปวดอยู่คนเดียว

แต่คนๆ นี้ทำให้กุรุ้ว่า

กุเป็นแบบนี้ ยังดีกว่าเป็นคนแบบเค้า

คนที่ไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่นเลย ยึดมั่นแต่คำพูดของตัวเอง

ตัวเค้าเองถูกเสมอ

แต่เค้ากลับทำให้คนอื่นหัวปั่นและเจ็บปวด

กุยอมเจ็บปวดเองดีกว่าหว่ะ

 

และแล้ว ในช่วงเวลาที่รับรู้อะไรหลายๆ อย่างนั้นเอง

ก็ได้ตระหนักอย่างจริงแท้ๆๆๆๆๆ มากกว่าเดิมหลายร้อยเท่าว่า

เราไม่สามารถพูดอะไรกับใครได้หมดจริงๆ

และอีกอย่าง สำหรับคนต้นเรื่องในครั้งนี้

ขนาดกุอยุ่เฉยๆ ยังด่ากุได้

เชื่อเลยหว่ะ....

 

สุดท้ายนี้ ดีใจ...

ที่ได้ตัดสินใจได้เด็ดขาดซะที

ว่าคนแบบนี้ ไม่ใช่ "เพื่อน"

เค้าเป็นแค่

"คนรู้จัก"

ปล. ถึง AWDF ถ้าสงสัยว่าคนๆ นี้คือใคร เค้าก็คือ คนที่เคยเล่าให้ฟังตอนกินซิสเล่อร์นั่นแหละ จะจำได้ไหมเนี่ยยย

 

 

2008/Jan/11

ตอนนี้กำลังอยากทำอะไรในชีวิตมากมาย

แต่ไม่รู้จะทำอะไรดีเนี่ยสิ =*=

เพราะคนเรามีชีวิตอยู่ได้แค่ 30,000 กว่าวัน

ตอนนี้ใช้ไปแล้ว 7000 - 8000 วันแล้ว

จะหมดอายุการใช้งานแล้วนะเนี่ย

อยากทำตัวยุ่งๆ บ้าบอ กรี๊ดกร๊าด

เดี๋ยวไปนั่งหาๆ ดีกว่า

แต่ว่าตอนนี้กำลังบ้าโลโม่อยุ่

อย่างน้อย ก็ได้ทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่จริงจัง และมีคุณค่ากับตัวเอง

ที่ไม่ใช่เรื่องเรียนนะ

แค่ตอนนี้ก็ดีใจกับตัวเองแล้ว

แต่มันยังไม่พอ!!!

นี่เป็นภาพจากโฮลก้า แล้วก็ ไมโครโฮลก้า

กรี๊ดดดดด ค่าฟิล์ม @_@ แต่จะสู้ต่อปายย

 

 

 

 

 

 

 

ปล. ห้ามเอารูปไปใช้นะจ๊ะ ถ้าไม่ได้ขอ ^ ^

2007/Oct/09

อารมณ์เสีย ไม่ใช่ว่าไม่เคยอารมณ์เสียเท่าวันนี้ แต่วันนี้เซ็งมาก เซ็งทุกอย่าง เบื่อๆๆ ความเก็บกดมันมีมานานแล้วหล่ะ วันนี้ก็ขอระบายเหอะ ถึงแม้จะไม่มีคนอ่านก็ตาม

คือ เพียงไม่กี่เดือนมานี้ เราก็ได้เรียนรุ้อะไรมากมาย ด้วยตัวของเราเอง "คนเดียว"
ถึงบางครั้ง จะมีคนข้างๆ เรา แต่เราก็ไม่อยากจะคิดว่าเค้าเป็นคนของเรา เพราะเค้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา
พูดง่ายๆ กุไม่คิดว่าเค้าจะคิดว่ากุสำคัญหรอก ถ้ากุคิดว่ากุสำคัญกับเค้าเหมือนที่เค้าสำคัญกับกุ กุก็เจ็บซะเปล่าๆ

กุไม่กล้าคิดหรอก ว่ากุสำคัญกับใครๆ
เพราะเอาเข้าจริง กุก็ไม่ได้สำคัญอยุ่แล้ว
และถ้ากุสำคัญ
แต่กุก็ไม่ใช่ที่หนึ่ง
ถ้ากุเป็นคนมองโลกในแง่ดี กุก็คงคิดว่า อย่างน้อยมีคนคิดถึงก็ดีแล้ว
แต่พอดีกุเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย

เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว หลายครั้งอยุ่... และกุก็ไม่อยากเจ็บแล้ว

กุไม่เข้าใจว่าทำไมกุเจอคนแบบนี้เยอะนัก เป็นคนรอบๆ ตัวกุ
หลายคนแล้ว...หลายคนจนไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรกันนักวะ

ตัวกุนั้น เป็นคนที่เก็บรายละเอียด ทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่ดี
ข้อดีก็คือ กับเรื่องเพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็จะเก็บและซึบซับมันไว้ ทั้งที่จริงๆ ไม่ได้มีค่าอะไร หรือเป็นแค่เรื่องธรรมดาสำหรับบางคน
แค่วันนี้ มีคนบอกว่าจะรอกุ หรือคนตามใจกุ กุก็ดีใจแล้ว
เพราะอะไรหล่ะ? เพราะรุ้สึกว่าเค้าเห็นกุ เค้าคิดว่ากุสำคัญ .. หรือ เค้าอาจไมคิดอะไรก็เป็นได้
แต่อย่างน้อย มันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นมาก ถ้าเทียบกับตอนแรกที่กุต้องปรับตัวและรุ้สึกไม่มีตัวตนและคอยวิ่งตามมากกว่านี้

หลายเดือนนี้ จากเมื่อก่อน กุต้องคอยตามคนนุ้นคนนี้ ถึงจะเป็นตัวเอง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
วันนี้ กุเรียนรุ้ที่จะยืนด้วยตัวกุเองแล้ว ถึงแม้จะยังยืนได้ไม่แข็งแรง แต่ก็ยืนได้
วันนี้ กุไม่ตามใคร ใครไม่พอใจกุ ก็ช่างแล้ว กุไม่แคร์เท่าเมื่อก่อน

เมื่อก่อน ทีกุไม่แคร์คนอื่น เพราะกุรุ้สึกว่ามีคนเข้าใจกุที่สุดอยุ่หนึ่งคน
แต่วันนี้ กุไม่มีคนยึดเกาะและเข้าใจกุที่สุดแล้ว แต่กุก็สามารถไม่แคร์กับสิ่งที่คนต่างๆ พยายามกัดกร่อนตัวกุไปได้แล้ว
กุโตขึ้นนะ
โตอย่างเจ็บปวดด้วย
แต่ก็ได้รับรุ้ว่า การที่กุเปลี่ยนนั้น มันไม่ได้เปลี่ยนตัวกุข้างในเลยสักนิด แต่มันเป็นเพียงการให้คนอื่นที่น้อยลง
พอๆ กับที่พวกเค้าให้กุนั่นแหละ
เป็นคนแบบนี้...ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะ
เป็นคนแบบพวกนั้น

อ้อ.. และเพราะกุเป็นคนที่ซึมซับและซาบซึ้งกับเรื่องดีๆ เหล่านี้ หรือพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุด
เพราะคนเราดำเนินชีวิตอยุ่ได้แค่วันเดียว คือ "วันนี้"
เมื่อวาน กับ พรุ่งนี้ เราไปกำหนดอะไรไม่ได้ กุจึงอยากทำวันนี้ ให้ดีที่สุด
ฉะนั้น กุจึงเสียใจ และไม่เข้าใจกับคนที่ไม่ซึบซับอะไรเลย และยังไม่เห็นค่า แม้ว่ารุ้ทั้งรุ้ว่าของชิ้นนั้นไม่มีทางอยุ่กับตัวเองตลอดเวลา

แต่ตัวกุเอง ก็มีข้อเสียคือ ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อย กุก็สามารถเก็บมาคิดและบั่นทอนได้เช่นกัน

แต่อย่ากระนั้นเลยเหอะนะ...

อย่างน้อย กุได้ชื่อว่า กุแคร์คนอื่น ซึบซับจากคนอื่น ถ้ากุน้อยใจคนอื่นหรืออยากให้คนอื่นแคร์กุ กุก็ยังรุ้สึกว่ามันแฟร์
มากกว่า
คนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นหลายๆคนรอบตัวกุ ..คนที่ซึ่ง.. หวังเหลือเกิน อยากให้คนอื่นทำนุ่นทำนี่ให้ บ่น น้อยใจ เสียใจ เวลาใครๆ ไม่นึกถึง
แต่ที่กุเห็นก็คือ...มึงก็ไม่ได้ทำอะไรให้พวกเค้านิ?
แล้วจะแปลกอะไรเหรอ ที่เค้าจะทำอย่างนั้นบ้าง??

ไม่ได้จะรำเลิกบุญคุณนะ
แต่ 
กุเคยทำอะไรให้นัก...เคยรับรุ้ไหม?
ไม่เคย
แถมต่อจากนั้นยังเอากุไปนินทา
แต่กุรุ้นิสัยแล้วหล่ะ..กุชินแล้ว เพราะโดนกันถ้วนหน้า
แต่กุแค่ไม่เข้าใจว่ามีคนนิสัยแบบนี้ด้วยเหรอวะ?
แต่กุก็อยุ่กับเค้าได้นะ เหอะๆ อยุ่ได้แบบ...บางทีก็อึดอัดและไม่เข้าใจ

ไม่ใช่แค่กุโดนคนเดียวหรอก คนอื่นก็โดน แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่เป็นเรื่องแค่ไหนก็ตาม
กุเลยไม่เข้าใจว่า จะพูดเพื่ออ?

แล้วเวลาโทรมาหากุ ร้องไห้ๆๆ กับกุเนี่ย
พอจบเรื่อง ก็จบข่าวกับกุ
พอเวลามีเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ก็เคืองกุอีก
กุไม่อยากคุย ไม่อยากเคลียร์ด้วยเหอะ
เวลามีเรื่องปรึกษาบางเรื่องก็ไม่ได้เห็นด้วย แต่พูดออกไปไม่ได้
เพราะไม่ได้สนิทขนาดนั้น
จิงๆ ไม่มีใครสนิทกับคนแบบนี้ พอที่จะว่าอะไรแล้วเข้าใจหรอก
บอกอะไรเค้าไป เค้าก็จะคิดว่าเราอยุ่อีกฝ่าย
กุก็ทำหน้าที่ได้แต่รับฟังอย่างเอือมระอาเท่านั้นสิแล้วทีตัวมึงเองทำกุร้องไห้เคยรุ้ไหม?
ไม่นะ
เพราะไม่เคยเห้นว่าตัวเองทำอะไรคนอื่นบ้าง เห็นแต่ว่าคนอื่นทำอะไรตัวเองบ้าง

กุไม่นับว่าคนแบบนี้เป็นคนประเภทเดียวกับกุหรอกนะ

เหอะๆๆ

คนบางคนก็อยากให้คนอื่นสนใจ ให้ความสำคัญ ชอบเอาไปเปรียบเทียบ
แต่ก็ไม่ดูตัวเอง
ว่าก็ทำให้คนอื่นเสียใจเหมือนกัน
อย่างน้อยก็กุเนี่ยแหละ ที่เคยเสียใจ..

 

เมื่อก่อน เวลาอ่านได อ่านบลอกคนอื่นที่เขียนว่าอยุ่ neverland ของ peter pan แล้วกุรุ้สึกว่า เป็นอะไรมากปะ
แต่ตอนนี้กุเข้าใจพวกเค้าแล้ว
กุไปเปิดเจอภาพสมัย ม หก
กุยิ้ม ขำ หัวเราะ แล้วก็ร้องไห้
ร้องไห้เพราะว่า ภาพพวกนั้นมันไม่มีแล้ว ไม่กลับแล้ว
ความสุขของชีวิตที่อยุ่ไปวันๆ กับเพื่อน ไม่มีอะไรต้องเครียด ตอนนั้นไม่ต้องเครียดเรื่องอะไร เรื่องคนๆ หนึ่งที่ทำให้เสียใจ ตอนนั้นเค้ายังไม่เข้ามาในชีวิตเราเลยด้วยซ้ำ

แต่เราอยุ่ได้

มีความสุขกว่าตอนนี้ซะอีก

แต่ตอนนี้ เรากำลังโตขึ้น 
เรากลัวที่เราจะโตไปมากกว่านี้แล้ว

ปัจจุบันที่เราบอกจะทำมันให้ดีที่สุดนั้น ไม่มีอะไรเทียบอดีตได้เลย

"เมื่อก่อนดีกว่าทุกอย่าง"

ทุกอย่างจริงๆ ทุกความทรงจำมันดีกว่าตอนนี้ ย้อนไปจนถึง มัธยมได้เลยยิ่งดี

แต่ตอนนี้ทำได้เพียงก้าวเดินอย่างเจ็บปวดเท่านั้นแหละ
แต่กุก็ต้องก้าวเดินต่อไป

หนังเรื่อง happy endings ทำให้กุเข้าใจความคิดแบบนี้เป็นครั้งแรก

และกุรุ้สึกว่ามันโหดร้าย

เลือกไม่ถูกว่าความทรงจำดีๆ จะเก็บไว้ให้ชุ่มชื้นหัวใจหรือควรลบทิ้งเพราะมันไม่มีอีกแล้วดี

แต่ยังไงตอนนี้ สิ่งที่เราเชื่อก็คือ อนาคต คงทำให้หลายอย่างดีกว่าตอนนี้
บางอย่าง มันก็ต้องใช้เวลา

และเราก็คงต้องรอเวลา...

 

ปล. พิมพ์ออกมาโดยที่ไม่ได้เรียบเรียงเลยนะเนี่ย โมโหจัด เหอๆๆ
ปล.สอง ไม่ได้เข้ามานาน จนไม่รุ้ว่าเอ็กทีนเปลี่ยนแบบใหม่ = ="

 

edit @ 9 Oct 2007 18:51:56 by Broken Wings